ภาพกิจกรรม

ราคาสินค้ากับแรงจูงใจในการประกอบอาชีพรับซื้อของเก่า

ราคาสินค้ากับแรงจูงใจในการประกอบอาชีพรับซื้อของเก่า

              

              สาเหตุหลักที่ทำให้ราคากระดาษตกต่ำ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี2562

              การนำเข้ากระดาษจากประเทศที่พัฒนาแล้วมากขึ้น เนื่องจากภาวะค่าเงินและกระดาษ นอกที่มีราคาถูกกว่า เมื่อกระดาษในประเทศคือขยะ และขยะนำเข้าคือกำไรของนายทุน อีกทั้งยักษ์ใหญ่ อย่างประเทศจีนหยุดรับซื้อขยะรีไซเคิล 100% เพื่อสภาวะแวดล้อมของประเทศ

             ผลกระทบที่ตามมา

การทำลายวงจรธุรกิจรีไซเคิล (ห่วงโซ่อุปทาน ธุรกิจรีไซเคิล) ในประเทศไทย

โดยวงจรธุรกิจรีไซเคิล ประกอบด้วย 5 กลุ่ม
1) ผู้สร้างขยะ(ประชาชน+ภาคธุรกิจ)
2) หน่วยคัดแยกขยะเบื้องต้น(ซาเล้ง+คนเก็บขยะ)
3) จุดรับซื้อขยะที่คัดแยกแล้ว (ร้านของเก่า)
4) สถานที่รวบรวมและแปรรูปขยะ (โรงอัดกระดาษ)
5) โรงงานรีไซเคิล (โรงต้ม/โรงหลอมกระดาษ)

             โดยแต่ละกลุ่มจะมีต้นทุนของตัวเอง เช่น ต้นทุนของประชาชนคือแรงจูงใจในการคัดแยกขยะ ต้นทุนของซาเล้งคืออาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ต้นทุนของร้านของเก่าคือ ค่าแรงงาน+ค่าเช่า+ค่าน้ำมัน ต้นทุนของโรงอัด คือ ค่าแรง+ค่าไฟ+ค่าขนส่ง

              เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2562 ทางโรงต้มกระดาษซื้อกระดาษเพียง 2.10 บาท/กิโลกรัม จากที่เคยรับซื้อถึง 6.00 บาท/กิโลกรัมเมื่อต้นปี 2562 ซึ่งถ้าดูจากตารางตั้งแต่เดือนกันยายน ราคาที่ซาเล้งได้จากการเก็บกระดาษคือ 0 บาท เริ่มไม่ได้อะไร นั่นคือ ไม่คุ้มกับค่าแรงขั้นต่ำแล้ว เมื่อซาเล้งหยุดการเก็บและคัดแยกขยะ ร้านของเก่าและโรงอัดก็อยู่ไม่ได้ นั่นคือ วงจรธุรกิจรีไซเคิลตั้งแต่กลุ่มที่1 ถึง 4 กำลังจะตาย คนมากกว่า 2 ล้านคนตกงานทันที

                 ที่มาของต้นทุนของแต่ละกลุ่ม โดยอาชีพซาเล้งจะอยู่ได้พอประทังชีวิตจะต้องขาย

กระดาษได้ 2.50 บาท ร้านของเก่ามีค่าใช้จ่าย+กำไร 1 บาท โรงอัดกระดาษมีค่าใช้จ่าย+กำไร 0.70 บาท นั่นหมายถึงราคากระดาษที่โรงต้มกระดาษจะต้องซื้อเพื่อให้กลไกของวงจรรีไซเคิลเดินหน้าต่อ คือ 2.50+1+0.70 = 4.20 บาท

         ประวัติศาสตร์จะต้องจารึกเมื่ออาชีพซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า โรงอัดกระดาษ รวมตัวกันเรียกร้องให้ภาครัฐบาลช่วยเหลือ โดยการส่งจดหมายไปยังกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ นั่งประชุมหัวโต๊ะ หาข้อสรุปถึง 2 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหาราคาเศษกระดาษตกต่ำ

           ผลจากการเรียกร้องและแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น

  1.  จัดตั้งสมาคมการค้าผู้ประกอบการค้าของเก่าไทย และรวบรวมสมาชิกซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่าทั้งประเทศ เพื่อรวบรวมผู้ที่เดือดร้อน ให้ภาครัฐช่วยเหลือ เยียวยาต่อไป

  2.  เกิดราคาประกันให้ซาเล้งที่ 2 บาท ซึ่งทางโรงต้มต้องซี้อไม่ต่ำกว่า 3.30-3.50 บาท โดยโรงอัดกระดาษและโรงต้มกระดาษต้องแจ้งราคาไปยังกรมการค้าภายในทุกอาทิตย์

                              ภาพสุดท้ายขอเป็นการจารึกการเดินทาง ว่าครั้งหนึ่งธุรกิจรีไซเคิล หรือ ในสังคมไทยเรียกลุงซาเล้ง ก็ต้องการมีจุดยืนในสังคม พวกเราช่วยคัดแยกขยะฟรีๆ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดการฝังกลบขยะ พวกเราต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนอาชีพสุจริต พวกเราต้องการแค่ค่าแรงขั้นต่ำ ไม่มีอำนาจอะไรไปต่อรองกับนายทุน หากภาครัฐเล็งเห็นความสำคัญของอาชีพรับซื้อของเก่า ช่วยยกระดับอาชีพค้าของเก่า โดยจำกัดโควตาการนำเข้าขยะรีไซเคิลทุกประเภทให้ใช้ของในประเทศไทยก่อน รวมถึงลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจค้าของเก่า เช่น ใบประกอบการสิ่งแวดล้อม หรือ ภาษีต่างๆ เป็นต้น